เมื่อได้แท็กซี่แล้ว เราก็มุ่งหน้าสู่ที่พักบน Kent Street เลี้ยวหัวมุมออกมานิดเดียวก็เป็น George Street ถนนสายหลักของเมือง ไปถึงประมาณ 10 โมง ปรากฏว่าห้องพักยังไม่ว่าง เราเลยฝากกระเป๋าไว้ และขอแผนที่จากเคาน์เตอร์ของอพาร์ทเม้น แล้วออกไปเดินเล่นกัน แต่ว่าที่จริงเราเดินไปแบบเรื่อยเปื่อยอะ เมืองเค้าออกจะเงียบๆ นะ เพราะที่นั่นร้านค้าจะเปิด 11 โมง เดินไปเรื่อยๆ ไปเจอฟู้ดคอร์ทใต้ดิน เดินลงไปสำรวจพบว่าเป็นร้านอาหารจีนทั้งหมด เราก็เลยสั่งอะไรมากินกัน เพราะหิวแล้ว  ตอนนั้นไม่มีคนเลย ดูท่าทางเพิ่งจะเปิด พอได้อาหาร โอ้วแม่เจ้า จานใหญ่โคตร กรูจะกินหมดมั้ยนี่ แล้วเรากะแฟนสั่งมาคนละชุด ที่จริงสั่งชุดเดียวกินด้วยกันยังกินไม่หมดเลยยยย อาหารที่นั่นราคาประมาณ $7 up นะ มื้อนึง 2 คนนี่เหยียบพันตลอด น้ำเปล่าขวดเล็กประมาณ $2-$3 กว่าๆ และน้ำอัดลมจะประมาณ $3-$5 แพงกว่าบ้านเราหลายเท่า แต่ด้วยความที่ไม่ได้ใช้เงินไทย แต่ใช้เงิน AUD เราเลยรู้สึกเหมือนว่า วุ้ย แค่ 2-3 เหรียญเอ๊ง ก็รู้สึกสบายใจ อย่าคิดเป็นเงินไทยนะ จะรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันที

 

ข้าวกับผัดผักที่ Chinatown 

 

ข้าวไก่ทอด 

กินเสร็จเดินๆ ต่อไปเจอ Chinatown เลยถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก เดินๆ ไปอีกนิดเจอตลาดอะไรมะรุ ของขายเพียบเลย พวกของที่ระลึกเยอะมาก เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ ของสด ผัก ผลไม้ เนื้อ ก็มี (มารู้ทีหลังว่านั่นคือ Paddy's Market) เดินๆ ต่อไปถึง World Square ที่ชั้นใต้ดินมีซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่อยู่ เราก็เลยแวะเข้าไปเยี่ยมชม มีชั้นนึงมีพวกของใช้ในครัวจากเมืองไทยด้วย แล้วก็เดินๆ ต่อ ตามข้างทางในเมืองเราเห็นร้านที่มันติดป้ายว่า Adult Books อยู่ 2-3 ที่ สงสัยมะว่ามันคืออะไร มันคือร้านหนังโป๊ หนังสือโป๊ และเซ็กส์ทอยนั่นเอง ด้วยความที่เป็นของแปลเพราะที่เมืองไทยไม่มี แฟนเรามันเดินพาเราเข้าไป ซึ่งทางเข้ามันเป็นแค่ประตูแคบๆ และมีบันไดให้ขึ้นไปชั้น 2 สุดบันไดมีเคาน์เตอร์และผู้หญิงฝรั่งท้วมๆ วัยกลางคนนั่งอยู่คนนึง เราแม่มรู้สึกอายโคตร แต่แฟนเราบอกกับเจ๊แกว่า เรามาจากเมืองไทย และที่เมืองไทยไม่มีเลยอยากดู แกก็ทำหน้าแบบเข้าใจ และให้เราเดินดูตามอัธยาศัยทั่วร้าน อยากถ่ายรูปจริงๆ อะ แต่มิกล้า มีดิลโด้อันบิ๊กเบ้ง และอันยาวเป็นเมตรด้วยอะ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องใหญ่และยาวขนาดน้านนนน แถมมีอุปกรณ์ SM ด้วยนะ พวกโช่ แซ่ กุญแจมือ และเชือก จากนั้นเจ๊แกก็เรียกเราทั้งคู่ไปที่เคาน์เตอร์ และสาธยายว่าดิลโด้ (หน้าตาแบบไม่แสดงออกนะ หมายถึงไม่ได้หน้าตาเหมือนอวัยวะส่วนนั้นของผู้ชาย) ตัวนั้นติดอันดับ 1 มา 2-3 ปีแล้ว มันคือ Lelo แล้วเจ๊ก็หยิบรุ่นโน้น รุ่นนี้ รุ่นนั้นมาสาธิตว่ามันสั่นได้กี่ระดับ ทำงานยังไง เนื้อเป็นยังไง ขนาดเท่าไหร่ สีชมพู ม่วง ดำ เอามาให้ดูหมด แต่ว่าพวกเราก็ไม่ได้อุดหนุนแกหรอกนะ อิอิ ก่อนกลับไม่กี่วันเราเดินผ่านร้านนั้นอีก ปรากฎว่ามีเด็กวัยรุ่นผู้ชาย (คิดว่าเชื้อสายจีนทั้งหมดนะ) กลุ่มใหญ่ยืนอออยู่หน้าร้าน มีส่วนนึงวิ่งขึ้นบันไดไป แต่ก็ต้องวิ่งกลับลงมาโดยทันที สงสัยโดนว้าก เพราะมันเป็น Adult Shop ไม่ใช่ Boy Shop

 

Paddy's Market

Paddy's Market 

 

ร้าน Sex Shop 

จากนั้นก็เดินกลับอพาร์ท เม้น ได้ห้องพักเรียบร้อยก็เข้าห้องพัก เป็นห้องใหญ่หัวมุม มีห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่นกว้างขวาง ห้องซักผ้า ซึ่งมีเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า และเตารีดไว้ให้ใช้ และตรงส่วนของครัวมีตู้เย็น เตาไมโครเวฟ เตาอบขนม เตาสำหรับทำกับข้าวด้วยหม้อและกะทะ เครื่องล้างจาน เครื่องปิ้งหนมปัง แก้วน้ำ จานชาม อุปกรณ์ทำครัวครบครัน ทีวีมีเครื่องเดียวอยู่ในห้องนั่งเล่น เราลองเปิดคอมฯ หาสัญญาณอินเทอร์เน็ตดู ปรากฏว่าเขามีโต๊ะพร้อมสายแลนให้ จากนั้นก็จะขึ้นหน้าลงทะเบียนซึ่งจะให้เราเลือกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต แพงโคตร จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ จำได้แต่ว่าแพงกว่าบ้านเราหลายเท่านัก แฟนเราเลือกไป 7 วัน เพราะจำเป็นต้องใช้เน็ตทุกวัน แถมภายใน 7 วันนี้มันให้แค่ 100mb อีกด้วยนะ โหดโคตร ค่าห้องก็จ่ายแล้วยังต้องมาจ่ายค่าเน็ตโหดๆ อีก เคยเดินผ่านโต๊ะที่ให้บริการเน็ตในห้าง ราคาประมาณ $2 ต่อ 10 นาที (ถ้าจำไม่ผิด) บ้านเราแค่ ชม. ละ 10 บาทเอง

 

เครื่องซักผ้าและอบผ้าในห้องพัก (ได้รูปห้องที่ดีๆ มารูปเดียวอะ นอกนั้นถ่ายได้ห่วยมาก)

ตกเย็นเราก็ไปกินไก่ Nandos กัน (Peri-Peri Chicken) อร่อยมาก พูดถึงแล้วอยากกิน ที่ไทยน่าจะมีมั่งนะ มันเป็นไก่ย่างสไตล์โปรตุเกส เขาจะให้เราเลือกว่าจะเอาแบบไหน ระดับความเผ็ดแบบไหน ปกติเราจะสั่งแบบไก่ทั้งตัว และเอาแบบ Hot ถ้าจำไม่ผิด จะมีแบบ Lemon and Herb, Mild, Hot and Extra Hot ให้เลือก และเรามักจะสั่งคู่กับเฟรนช์ฟรายใหญ่ ซึ่งที่นั่นจะเรียกเฟรนช์ฟรายว่า Chips พอสั่งเสร็จเขาจะให้ไก้ไม้ตัวใหญ่มาตัวหนึ่งซึ่งมีเบอร์อยู่ เราหิ้วมันไปวางโต๊ะไหนก็ได้ตามที่เราอยากจะนั่ง จากนั้นพออาหารเสร็จเค้าก็จะเอามาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ เราก็หยิบจาน ส้อม มีด พร้อมซอส เกลือและพริกไทยได้ที่เคาน์เตอร์ที่เค้าจัดไว้ ซอสเค้ามีหลายระดับมาก เราอาจหาญขนาดลองอันที่มันเผ็ดสุด คือ Extra Extra Hot Peri Peri Sauce ปรากฏว่าเผ็ดแต่อร่อยมาก ไก่ที่นั่นมันจะออกเผ็ดๆ ตามระดับที่เราเลือกและมีรสชาติออกเปรี้ยวๆ ด้วย อร่อยสุดๆ ลองดูเมนูและระดับความเผ็ดได้ที่นี่ http://www.nandos.com.au/menuact.php

 

ไก่ Nandos (หม่ำไปแล้วบางส่วน) 

เราชอบเฟรนช์ฟรายของที่นั่นมาเลย ชิ้นหนาใหญ่และกรอบอร่อย ถึงส่วนใหญ่จะออกกลิ่นเขียวๆ หน่อยก็เหอะ เราชอบจิ้มกะเกลือบางๆ อร่อยมาก

Sydney Day 2

วันจันทร์แฟนยังไม่ได้ทำ งาน แต่แฟนบอกให้เราเตรียมใจไว้ก่อนเลยว่าเค้าจะต้องทำงานทุกวัน คือ เค้าไปที่นั่นเพื่อสอนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์โปรแกรมมิ่ง สำหรับซอฟท์แวร์ตัวหนึ่ง โดยคอร์สจะเริ่มวันอังคาร-ศุกร์ เค้าบอกว่าทุกวันหลังสอนเสร็จเค้าจะต้องนั่งทำงานเปเปอร์สำหรับที่จะใช้สอน ในดูไบ แต่จะพยายามให้เสร็จทันวันศุกร์ เพื่อที่วันเสาร์จะได้ไปเที่ยวกับเราได้ทั้งวัน เราก็เตรียมใจไว้แล้วล่ะ เพราะรู้อยู่แล้วว่าเค้ามีงานอะ

วันนั้นเราเดินเล่นกันนิด หน่อย ผ่าน Hyde Park ตัดเข้า George Street เห็น Sydney Tower ก็ถ่ายรูปมาหลายรูป จากนั้น หาข้าวกิน โดยเราไปลองกินราเม็งใกล้ๆ ที่พักกัน ร้านแน่นมาก ที่นั่งในร้านเต็ม แต่ที่นั่งหน้าร้านว่าง เขาเลยให้เรานั่งข้างนอกและเปิดฮีทเตอร์ให้ แต่ระหว่างนั้นก็มีคนข้างในลุกพอดี เราเลยได้โต๊ะด้านใน แฟนเราสั่งราเม็งแซลมอน ของเราสั่งราเม็งดงคัตสึ บนเมนูเค้ามีราเม็งต้มยำด้วยนะ และมี Special Emnu เป็น Volcano Ramen อยากลองสั่งมาชิมเหมือนกันว่าจะเผ็ดขนาดไหน แต่ก็อยากกินดงคัตสึมากกว่า ออกมาชามใหญ่โคตร (อีกละ) แฟนเราโพสต์รูปราเม็งแซลมอนของตัวเองลงเฟซบุ๊ค แม่เขาที่เมกามาเห็นคอมเม้นต์ว่า แซลมอนชิ้นนิดเดียว แฟนเราบอกชามนั้นน่ะ $14 แม่เค้าว่า ตายล่ะ ราคาขนาดนั้นที่เมกาซื้อแซลมอนได้เป็นตัว คิคิ แพงชิบจิงๆ

 

ราเม็งแซลมอน 

จากนั้น บ่าย 2 เพื่อนของแฟนเราเดินทางมาถึงจากเมลเบิร์น ก็พากันไปที่ห้องเรียนเพื่อเตรียมห้องเรียนที่อยู่บน George Street จากที่พักเดินไปไม่ถึง 10 นาที เรานั่งรอแบบแหง่วๆ ก็ควักกล้องมาถ่ายรูปลูกอมเล่น ในห้องเรียนเค้ามีลูกอมชามใหญ่ไว้ให้นักเรียนขบเคี้ยวระหว่างเรียน เราชิมแล้วอร่อยดี คล้ายๆ ซูกัสบ้านเรา แต่มีอีกแบบนึงที่เป็นชอคโกแลต เคี้ยวติดฟัน แต่อร่อยดี เราซื้อกลับมาเมืองไทยด้วย เอามาไว้ที่ทำงาน 2 ห่อ วันเดียวหมดเกลี้ยง

ขอทานเวอร์ชั่นซิดนีย์

หมา 2 ตัวแรกที่เห็นตามถนนที่ออสเตรเลีย 

พอเสร็จก็กลับไปพักผ่อนที่ ที่พัก พอกลางคืนก็ออกไปหาข้าวเย็นกินกัน เราเดินไปที่ World Square กัน เพื่อจะลองร้านอาหารไทยร้านหนึ่ง ชื่อว่า Thai Passion+ สั่งคะน้าหมูกรอบ กับยำทะเล แฟนเราชอบกินข้าวเหนียว แต่ขอโทษเหอะ ข้าวเหนียวที่นั่นแพงมาก ของที่นั่นแพงจริงๆ (ไม่ทุกอย่าง แต่ส่วนใหญ่) ขนาดแฟนเราเป็นเมกันเห็นของบางอย่างยังตกใจ เพราะแพงกว่าที่เมกาอีก

 

คะน้าหมูกรอบเวอร์ชั่นซิดนีย์ 

คะน้าหมูกรอบกับยำทะเลที่ ได้ดูต่างกับที่ไทยลิบ คะน้าหมูกรอบนะ เขาใช้ผักอะไรสักอย่างที่มันคล้ายๆ คะน้าแต่ไม่ใช่ เราไม่รู้ว่าที่นั่นเขาเรียกว่าอะไร หน้าตาก็ใช้ได้นะ แต่ว่าเค้าผัดแบบไม่ใส่พริกเลยอะ แต่แค่เอาพริกโปะข้างบนมาชิ้นนึง ส่วนยำทะเลเหมือนไม่ใช่ยำทะเลเลย มันเป็นปูนิ่มชุบแป้งทอดแล้วราดด้วยน้ำอะไรเหนียวๆ หวานๆ สีน้ำตาล แล้วคลุกกับพวกต้นหอม ผักชีฝรั่ง ใบโหระพา

ยำทะเลเวอร์ชั่นซิดนีย์ 

ข้าวเหนียวแสนแพง บ้านเราห่อละแค่ 5 บาท 

ตรงร้านนั้นเป็นตรงกลางของ World Square มีรูปปั้นวัวกระทิงตัวหญ่อยู่ตัวหนึ่ง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องเอาซะเหมือนของจริงขนาดปั้นลูกบอลกะปิกาจู้ อันเบ้อเร่อมาด้วย แล้วตรงโต๊ะที่นั่งกินมันอยู่ตรงมุมที่เห็นลูกบอลอันใหญ่ห้อยโตงเตงพอดี แฟนเรามันบอกจะให้ $50 ถ้าเราเอามือไปกอดลูกบอลและจูจุ๊บ เราว่าจะบ้าเรอะใครจะทำ เราเลยบอกให้แฟนไปทำแล้วเราจะให้ $50 แต่แฟนเรามันท่าทางจะไปจริงๆ เราเลยยกเลิก เล่าให้ใครฟังมีแต่คนถามเราว่าทำไมไม่เอาล่ะ เป็นเขาเขาทำไปแล้ว ตั้ง $50 ฮ่วย

 

วัวกระทิงปิกาจู้และลูกบอลใหญ่ (ด้านหน้า)

 

ภาพนี้จงใจเพิ่มแสงให้เห็นลูกบอลชัดๆๆ 

หลังจากหม่ำอาหารไทยที่เหมือนไม่ใช่อาหารไทยเสร็จก็กลับไปนอน เตรียมตัวสำหรับวันรุ่งขึ้น

Comment

Comment:

Tweet

วัว ตัวสุดท้าย เหมือนเค้าเหน ในหนังเลย อะ

#1 By FRiEND on 2010-08-06 13:37