เมื่อตะกี้เพิ่งเขียน blog ที่ blogspot เสร็จ ดูรูปภาพแล้วนึกขึ้นได้ว่าจะแปะที่นู่นที่เดียวก็เสียดาย เลยเอามาแปะที่นี่ด้วยเสียเลย

สำหรับท่านที่อยากอ่าน trip นี้เวอร์ชั้นภาษอังกฤษก็ จิ้ม ได้ที่นี่ค่ะ

เริ่มต้นขับรถออกจากสีลมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กย. ออกประมาณ 7-8 โมงเช้า ปรากฏว่าอีกประมาณ 40 นาทีต่อมาเราทั้งคู่ก็อยู่อยุธยากันเรียบร้อยแระ ใกล้โคตรๆ

ทริปนี้เป็นครั้งที่สองของเราที่ไปอยุธยา ครั้งแรกเดินทางไปด้วยรถไฟซึ่งครั้งนั้นไปลพบุรีด้วย หาอ่านได้ที่นี่

ครั้งนี้ตัดสินใจเดินทางด้วยรถยนต์ เนื่องจากยังมีบางสถานที่ในอยุธยาที่เราพลาดไปเมื่อครั้งก่อน บวกกับเขาเพิ่งจะได้กล้องตัวใหม่มา ก็เลยอยากกลับไปถ่ายรูปด้วยกล้องตัวใหม่ว่างั้นเหอะ (รูปที่เอามาลงนี่ส่วนใหญ่เป็นฝีมือถ่ายและใช้กล้อง compact ธรรมด๊า ธรรมดา ของ monkey girl เองค่ะ มีเพียงบางภาพที่แอบยืมของเขามาใช้ ขออภัยหากฝีมือไม่เข้าขั้นง่ะ)

สถานที่แรก คือ วัดมหาธาตุค่ะ ที่มีหัวของพระพุทธรูปฝังอยู่ในรากไม้ บริเวณค่อนข้างกว้างเหมือนกัน เดินไปเดินมาลองปีนบันไดขึ้นไปบนซากอันหนึ่งที่เป็นเหมือนห้องอะไรสักอย่างเล็กๆ ซึ่งบรรไดก็สูงพอควร เนื่องจากหากมองจากพื้นเนี่ยจะมองไม่เห็นพื้นห้องเพราะว่ามันสูง จะเห็นแต่เพดานเท่านั้น

ที่นี้พอปีนขึ้นไปจนคิดว่าน่าจะมองอะไรเห็นแล้วก็เลยชะโงกหัวเข้าไป ปรากฏว่าสิ่งที่ monkey girl เห็น เป็นอะไรที่น่าสยดสยองมากกกกก

นั่นคือ....

กองของเหลวเหมือนน้ำกองหนึ่ง และกองอุจจาระกองหนึ่ง ซึ่งดูจากลักษณะแล้วต้องเป็นของมนุษย์แน่ๆ โอ้ววว แม่จ้าวว...ววว...วว...ว...

คงไม่ต้องเดาว่าไอ้ของเหลวเหมือนน้ำนั่นมันคืออะไร...

ออกจากวัดมหาธาตุก็ไปวัดธรรมิกราชต่อค่ะ อยู่ไม่ห่างกันเท่าไหร่ ที่นี่มีรูปปั้นไก่ชนเยอะมากๆๆๆ พอเห็นไก่ชนเยอะๆ แบบนั้น monkey girl ก็เลยเดาไว้ก่อนเลยว่าที่นี่ต้องมีที่บูชาพระนเรศวรฯ แหงๆ แล้วก็จริงดังคาด คนซื้อรูปปั้นไก่ชนมาแก้บน

ที่วัดนี้มีหมาจรจัดอยู่เป็น 100 ตัว ใครไปก็ช่วยหยอดตู้ทำบุญให้พวกเขากันหน่อยนะคะ

ที่วัดนี้ยังมีช้างเสี่ยงทายด้วยล่ะ เคยเห็นทีนึงที่วัดไหนจำไม่ได้ แต่ไม่เคยลองสักที แบบว่า ป๊อด กลัวไม่สมหวังง่ะ วิธีการคือ อธิษฐานถึงเรื่องที่อยากรู้ว่าจะสมหวังหรือไม่ หากสมหวังขอให้ยกช้างขึ้น จากนั้นถ้าเป็นผู้ชายให้ใช้นิ้วก้อย ส่วนผู้หญิงใช้นิ้วนางสอดเข้าไปในห่วงด้านบนตัวช้างแล้วยกขึ้น  ถ้ายกขึ้นก็แปลว่าสมหวัง แต่เพื่อความแน่ใจให้อธิษฐานอีกทีว่า หากตามที่ขอไปตะกี้เป็นจริง ขอให้คราวนี้ยกช้างไม่ขึ้น จากนั้นก็ลองอีกทีด้วยนิ้วเดิม ดูซิจะยกขึ้นหรือไม่ (อ่านมาจากอินเทอร์เน็ตอีกทีง่ะ)

ได้ผลเป็นไงบอกกันด้วยน๊า

วัดสุดท้ายคือวัดไชยวัฒนาราม อยู่ติดแม่น้ำ บรรยากาศดี แต่แดดแรงไปนิด เขาว่าเมื่อตอนสร้างใหม่ๆ มีพระพุทธรูปนั่งรอบกำแพงถึง 120 องค์ แต่ตอนนี้หักพังหมดละ

สำหรับใครที่ไม่มีพื้นเรื่องประวัติศาสตร์อยุธยา หรือเรียนมาแต่คืนอาจารย์ไปหมดแล้วเหมือนข้าน้อย ก็บอกให้นิดนึงว่า เมื่อปี 2310พม่ายกทัพเข้ามาตีกรุง และเผาทำลายและตัดเศียรพระ สภาพของวัดในปัจจุบันก็เลยทรุดโทรมเยอะกว่าที่ควรเป็น

ผ่านไปครึ่งวัน ท้องไส้ก็เริ่มเรียกร้องอาหาร ก็เลยแวะกินริมแม่น้ำ ลมเย็น บรรยากาศดีมากๆ จากนั้นก็ขับรถกลับกทม. ระหว่างทางผ่านตลาดไท ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของคนฝรั่ง ก็เลยแว่บเข้าไปดูซ้า

ที่จริงเขาถ่ายรูปไก่ตัวที่ขายในตลาดสดที่นั่นมาด้วย แต่ monkey girl ไม่ได้เอาภาพมา post ไว้ด้วย เขาเห็นเขาถามว่านั่นมันไก่อะไร ข้าน้อยก็ตอบว่า ก็ไก่แบบที่ you กินในผัดกะเพราอะแหละ เขาว่าไหงตัวโตยังกะไก่งวง.....

 

 

Comment

Comment:

Tweet

กองที่จขบ.เห็นนั่น
เอ่อ... เดี๋ยวนี้ทำกันถึงขนาดนี้เลยเหรอ

จิตสำนึกขาดหายไป เนอะ sad smile

#2 By HeDw!g on 2009-09-25 12:57

ไม่อยากจินตนาการถึง ไอ้กองเหลวๆ นั่นเล๊ย...

#1 By CENTraveller on 2009-09-25 12:47