พัฒนาการพูดภาษาอังกฤษด้วยแฟนฝรั่ง!!
posted on 04 Jun 2009 12:13 by monkey-girl in Englishพอดีวันนี้นึกอะไรขึ้นมาได้เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ
ด้วยความที่เดิมสมัยเรียนเป็นคนชอบเรียนภาษาอังกฤษ เนื่องจากรู้สึกว่าเป็นวิชาที่เรียนสบาย แค่ท่องศัพท์+จำรูปประโยคหน่อยก็สอบได้คะแนนดีๆ แล้ว รู้สึกว่าง่ายกว่าวิชาอื่นๆ หลายช่วงตัว สมัยเรียนมัธยมปลายเรียนพวกวิชาคณิตได้ห่วยมาก ก็เลยเอาภาษาอังกฤษซึ่งตอนนั้นต้องเรียนอยู่หลายตัวเป็นตัวชดเชย และสมัยมหาวิทยาลัยตอนนั้นคิดจะเรียนกฎหมายเป็นวิชาโท ถึงกับลงเรียนไปแล้วตัวหนึ่ง เรียนเสร็จได้ A มาก็จริงแต่รู้สึกว่าเหนื่อยโคตรๆ เลยเปลี่ยนใจไปเรียนภาษาอังกฤษเป็นวิชาโทดีกว่า แล้วก็คิดถูกจริงๆ เรียนสบายแบบว่า ชิว ชิวมากๆ
แต่เชื่อว่าหลายๆ คนที่มักได้คะแนนภาษาอังกฤษดีๆ กลับแอบกลัวการพูดภาษาอังกฤษ ข้าน้อยคนหนึ่งล่ะ จำได้ว่าตอนนั้นที่เรียนวิชาโทต้องเลือก 5 วิชา โอ้พวก Reading, Writing กะ Structure อะชิวๆ แต่ที่กลัวมากคือ Listening and Speaking ตลอดเวลาที่เรียนมาเพื่อนๆ จะบอกว่าเราเก่งอังกฤษตลอด แต่หารู้ไม่ว่าข้าน้อยกลัวการคุยกับฝรั่งแบบตัวต่อตัวมากๆ หมายถึงถ้าให้คุยแบบแชทอะพอได้ แต่ถ้าต้องพูดโทรศัพท์ คุยตัวต่อตัว ข้าน้อยขอผ่านนนนน ด้วยเหตุที่ว่า ไม่เห็นจะฟังมันรู้เรื่องเลยวะ แล้วก็ทำไมตรูพูดไม่ได้เหมือนเขียนฟระ
ตั้งแต่เล็กจนโต ข้าน้อยพยายามหลีกเลี่ยงกับการคุยกับฝรั่งแบบตัวต่อตัวโดยตลอด เชื่อว่าอีกเช่นกันที่หลายคนที่เรียนภาษาอังกฤษเก่งๆ มักจะกังวลในเรื่องของ Grammar เวลาที่จะต้องพูดขึ้นมา ข้าน้อยก็เป็นเช่นนั้น จะพูดแต่ละที เฮ้ย เดี๋ยว Grammar ผิดว่ะ อายเค้า ใครเป็นแบบนี้บ้างยกมือขึ้น!!
แต่จากประสบการณ์ที่ตอนนี้ฝรั่งหลงมาเป็นแฟน ทำให้รู้ว่า ที่จริงแล้วยังมีสิ่งที่สำคัญกว่า Grammar อยู่!!! นั่นคือ.....
.
.
.
.
สำเนียง หรือ "การออกเสียง" นั่นเอง
นอกจากนี้ก็ยังมี "คำศัพท์" ยิ่งรู้มากก็ยิ่งดี
ที่พูดมานี่ไม่ใช่ว่าให้ลืมเรื่อง grammar ไป นั่นก็สำคัญ แต่ว่าเวลาพูดอย่าไปกังวลถึงมันมากนัก
ครั้งแรกที่พบกับแฟนน่ะ ก็เจอกันระหว่างทำงาน ระยะเวลา 2 อาทิตย์ ไม่ค่อยได้คุยอะไรเขามากนัก จะฟังเขาเป็นหลัก (ฟังรู้เรื่องนะ ถึงจะไม่ 100%) จากนั้นพอเขากลับไปก็คุยแชทกันทุกวันมากกว่าวันละ 10 ชม. ซึ่งข้าน้อยรู้สึกสบายใจมากเพราะไม่ได้คุยกันเป็นการส่วนตัว แต่ก็รู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่เขาบอกว่าจะโทรมา หรือจะคุยผ่านไมโครโฟน ผ่านไป 1 เดือนจะได้เจอเขาอีกทีก็กังวลม้าก มาก เพราะกลัวคุยกันไม่รู้เรื่อง
แต่สุดท้ายก็หันหลับมาคิดอีกมุมหนึ่งว่า "ในเมื่อตอนแชทยังทำได้ แล้วทำไมจะคุยกันตัวต่อตัวไม่ได้ฟระ" ครั้งนั้นมีเวลาประมาณ 5 วัน ก็ผ่านไปได้ด้วยดี
อีก 1 เดือนต่อมา เขากลับมาอีก คราวนี้อยู๋นาน 1 เดือน โอ้แม่เจ้า เหมือนถูกไฟท์บังคับให้ต้องพูด ก็เลยแม่ม ไม่สนใจมันแล้วแกรมม่งแกรมม่า แกรมมั่วนี่แหละเริ่ดสุด แฮ่ๆ ทำให้ทุกวันนี้ช่างพูดภาษาอังกฤษขึ้นกว่าเดิมมากมาย และไม่รู้สึกอายกับการที่จะต้องพูดแกรมม่าผิดอีกต่อไปแล้ว แต่อายเรื่องการใช้คำผิดและการออกเสียงผิดมากกว่า เนื่องจาก...
ครั้งหนึ่งไปร้านอาหาร ในเมนูมีปลาทะเล ข้าพเจ้าก็พูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษด้วยความมั่นใจว่า "sea fish" ผลคือ แฟนข้าพเจ้าขำแตก อะฮั้นก็หน้าเหลอ แล้วเขาก็บอกว่า "ม่ายช่าย มานต้องเรียกว่า salted-warter fish"
หลังจากนั้นมาประมาณ 1 อาทิตย์ก็ไปเดินห้าง เจอป้ายโฆษณา เห็นปลาแม่น้ำตัวใหญ่มาก ขี้ให้เขาดูแล้วบอกว่า "river fish" แม่มขำแตกออีกละ แล้วบอกว่า มันต้องเรียกว่า "freah-water fish"
คราวนี้มาถึงเรื่องของการออกเสียง มีความสำคัญมาก เนื่องจากบ่อยครั้งที่สื่อสารกันไม่เข้าใจ ด้วยความที่เราออกเสียงเพี้ยน เขาไม่อาจสำเหนียกได้ว่าเรากำลังพูดอะไรอยู่
ครั้งหนึ่งเคยพูดคำว่า "archer" ที่แปลว่า "นักยิงธนู" พูดตั้งนาน แถมหลายครั้ง มานก็ไม่เข้าใจสักทีว่าเราพูดอะไร เนื่องจากอะฮั้นออกเสียงไม่ชัดพอ โดยเฉพาะชอบออกเสียง ch เป็น sh
อ้าวแล้ว ch กะ sh มันต่างกันยังไงง่ะ ใครบางคนอาจถาม เนื่องด้วยในบ้านเราเสียง ช มันก็ ช เหมือนกันหมด มีแค่เสียงเดียวเท่านั้น แต่ของฝรั่งแล้ว ch จะเป็นเสียง ช แบบไม่ก้อง ส่วน sh นั้นเสียง ช มันจะก้องกว่า เนื่องจากที่นี่มันเป็น text เลยไม่รู้จะสื่ออกมายังไงเหมือนกันแฮะ
แล้วตอนนั้นก็บ่อยครั้งที่ข้าพเจ้าโดยแฟนบังคับให้ท่อง ดังนี้
cheater --> เนื่องจากข้าพเจ้าชอบออกเสียงเป็น sh ทำให้ฟังเหมือน shit ซึ่งเป็นคำหยาบอย่างยิ่งในภาษาเค้า
cherry
chapstick
archer
และอีกมากมายที่เป็น ch
ตกลงว่าตรูมี "แฟน" หรือ "คุณครูสอนภาษาส่วนตัว" กันแน่ฟระเนี่ย
สุดท้ายแล้วอยากจะบอกว่า พูด ๆ ไปเหอะ ไม่ต้องกลัวผิด แค่เลือกศัพท์ให้ถูก ออกเสียงให้ชัด บางครั้งแค่เลือก keyword ที่มันชัดๆ เราพูดยังไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ เค้าก็รู้แล้วว่าเราจะพูดอะไร
แล้วก็เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ คือ เวลาที่คุยกับเค้า หรือแชทกับเค้า ลองสังเกตุดูว่าเค้าใช้คำพูดยังไง และรูปประโยคยังไง คราวนี้ครั้งหน้าเราก็ก๊อปปี้เอาประโยคนั้นมาพูดได้สบาย โดยที่ไม่ผิดเพี้ยนด้วยล่ะ เอ้อ
เรื่องการไม่กล้าคุยกับฝรั่งก็เลยหายค่ะ
เมื่อวานไปวัดพระแก้วมา
เจอฝรั่งเยอะมาก
แต่ก็ไม่กล้าคุย เพราะไม่รู้จะคุยอะไรดี
มีแต่ฝรั่งยิ้มให้
เราเลยได้แต่ยิ้มตอบ
#1 By แรกบินของหงส์ฟ้า on 2009-06-04 14:16