เซอร์ไพรส์...ส์......ส์......ส์........

วันนี้ monkey girl มาขอคุยตามประสาลิงๆ แล้วกัน ใครอ่านแล้วรู้เรื่องก็คงต้องพิจารณาตัวเองนะเจี๊ยกว่าเป็นลิงเหมือยข้าน้อยหรือเปล่า แต่ว่าถึงเป็นก็มะเห็นต้องกลัวอิหยัง เนื่องจากว่าลิงมิใช่สัตว์น่ารังเกียจ หากแต่เป็นบรรพบุรุษของพวกเราเสียอีกตะหาก เอ้า เอ้า เอ้า ไม่ได้ตั้งใจจะมาพูดเรื่องลิงซะหน่อย วันนี้ตั้งใจจะมาพูดถึงเรื่องเซอร์ไพรส์ต่างหาก

ข้าน้อย monkey girl ผู้นี้เชื่อว่าทุกคนบนโลกใบนี้ต่างต้องเคยประสบเหตุเซอร์ไพรส์กันทั้งนั้น ที่นี่เพื่อให้เข้าใจกระจ่างแจ้งตรงกันทุกผู้นาม ข้าน้อยขอให้คำนิยามของคำว่าเซอร์ไพรส์ก่อนแล้วกัน

เซอร์ไพรส์ ภาษาอังกฤษเขียนว่า surprise แปลตาม dictionary เป็นได้ทั้ง verb และ noun แปลว่า ทำให้ประหลาดใจ (v) และ สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจ (n)

ที่นี้เพื่อให้ได้มุมมองกว้างขึ้นก็เลยลองไป search บนเน็ตดู สรุป (ตามความเข้าใจของสมองลิงน้อยๆ) ได้ดังนี้

surprise = (จากฟรีสารานุกรมยอดนิยม wikipedia) ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อได้ประสบเหตุไม่คาดคิดหรือไม่ได้คาดหวังมาก่อน

ซึ่งความรู้สึกที่เกิดจาก surprise นี้ มีได้ 3 รูปแบบ

  • ยินดี (pleasant)
  • เฉยๆ (neutral)
  • เศร้า (unpleasant)

อาการที่เกิดจาก surprise ซึ่งเกิดขึ้นบนใบหน้านั้น มีดังนี้

  • คิ้วเลิกขึ้นสูง
  • หนังตาใต้คิ้วตึง
  • รอยย่นเป็นแนวยาวที่หน้าผาก
  • เลือกตาเปิดกว้าง
  • อ้าปากค้าง

อยากอ่านแบบละเอียดกว่านี้เชิญไปที่นี้ http://en.wikipedia.org/wiki/Surprise_(emotion)

จากข้อมูลข้างบนคิดว่าไอ้ผู้ที่กำลังเซอร์ไพรส์คงจะมีหน้าตาคล้ายๆ ด้านล่างนี้

ลองทำตามแล้วส่องกระจกดูเอาแล้วกันว่าหน้าตาของคุณยามเซอร์ไพรส์นั้นงามปานใด!!! จะถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็ม่ายว่ากันนาขอร้าบ

แล้วข้าน้อยมาเขียนเรื่องเกี่ยวกับ surprise ทำไมเนี่ย

เห?

หืม.......

.

.

.

 

นั่นก็เพราะ.....

.

.

.

.

เมื่อเช้านี้ ข้าน้อย ได้ประสบพบพานกับเรื่องที่เซอร์ไพรส์สุดสุดๆ ไปเลยอะเซ่ แบบว่าจากกึ่งหลับกึ่งตื่นนี่กลายเป็ยตาลุกโปนในทันใด เล่นเอาขี้ตงขี้ตากระเด็นไปเลย

ใครมีเรื่องอะไรเซอร์ไพรส์ๆ ก็เอามาแชร์กันบ้างนะเง้อ

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ที่รักของ monkey girl น่ะ หลังจากออกจากประเทศไทยไปเมื่อวันสงกรานต์ก็ไปทำงานที่เคนยาครึ่งเดือน จากนั้นก็กลับมาเมืองไทย ๒ วัน แล้วก็เดินทางไปอีก กลับไปเก็บผ้าเก็บผ่อนเก็บข้าวเก็บของที่แคลิฟอร์เนียเพื่อจะหนีตาม เอ้ย ย้ายบ้านมาอยู่เมืองไทย จากนั้นหนึ่งอาทิตย์ก็เดินทางไปทำงานต่อที่เม็กซิโก โดยที่กำหนดการจะกลับมาไทยอีกทีวันที่ 6 มิถุนา

ระหว่างนั้นก็มีบางช่วงที่อะฮั้นเศร้าเหลือหลาย คิดในใจ แม่ม เมื่อไหร่มันจะกลับมาสักทีฟะ เนื่องจากเวลาที่นั่นกะที่นี่ต่างกัน 12 ชม. นั่นหมายฟามเอ้ยความว่า 7 โมงเช้าของเราคือทุ่มนึงของที่นั่น แล้วจะคุยกันจังได๋ ข้าน้อยหลับ ตานั่นตื่น ข้าน้อยตื่น ตานั่นหลับ ก็เลยหงุดหงิดพอควร

และแล้วเข้าอาทิตย์ที่สองช่วงปลายสัปดาห์ monkey girl ก็หงุดหงิดอีกครั้งเมื่อเช้าวันเสาร์ (ค่ำของที่นู่น) ตานั่นหายไปพักใหญ่ แล้วกลับมาบอกว่าคณะที่ทำงานด้วยกันจะพากันไปเที่ยวแอชแทคปิรามิดวันพรุ่งนี้ เดินทาง 7 โมงเช้า แม่มเอ๊ย ในใจแอบหงุดหงิด ไรฟระ หาเวลาคุยก็ไม่ค่อยได้ ยังจะไปเที่ยวอีก แต่ปาก เอ้ย มือก็พิมพ์ไปว่า หรอ ดีๆ ขอให้สนุกนะ แล้วตานั่นก็บอกว่าก่อนเดินทางจะแชทด้วย

แล้วก็รอจนค่ำ (เช้าของที่นู่น) ตานั่นก็ออนไลน์ บอกว่าอยู่บนรถ กำลังเดินทาง คุยไปคุยมาก็บอกว่าตัวเองดันลืมซื้อบัตรเติมเงิน เงินก็จะหมด (ใช้เบอร์โทรเม็กซิโก) บอกว่ากะลังแวะกินข้าวเช้าแล้วก็หายไปเลย ไอ้เราก็เลยแม่ม กรูไม่สนแล้ว นอนดีกว่า ดึกๆ ดื่นๆ เที่ยงคืนตีสองก็ส่งข้อความมาทางแชทกะ sms บอกว่าโทรศัพท์เบอร์เม็กซิโกแบทหมดเงินหมด ใช้ได้แต่เบอร์ US แล้วก็บอกว่ากะลังเดินทางไปปิรามิดอีกที่นึง แล้วก็คงจะอยู่ที่นั่นอีกหลาย ชม. ขอโทษด้วย ไม่อยากให้อะฮั้นคิดว่าเค้าไม่สนใจ แต่ว่าที่นั่นสัญญาณไม่ดีติดต่อลำบาก แต่จะรอแชทตอนอะฮั้นตื่นนอน

วันรุ่งขึ้นข้าน้อยก็ตื่นขึ้นมา จนปาเข้าไปเที่ยงก็ยังไม่เห็น sms ก็เงียบ เราก็ช่างแม่งไม่สนละ พอนานเข้าๆ มันผิดปกติเว้ยเฮ้ย แม่มกลับถึงโรงแรมยังวะ ไม่ใช่ไปเกิดเหตุเภทภัยอะไรที่ไหนนะ เลยส่งอีเมล์ไป เค้าก็ติดต่อกลับถามอะฮั้นว่าไม่ได้รับ sms หรอ ตอนนี้เติมเงินโทรศัพท์แล้ว เลยต่อเน็ตได้ แต่เราก็ตะหงิดๆ ว่า แล้วทำไมไม่ใช้เบอร์นั้นส่ง sms ฟระ เสร็จแล้วก็เงียบไปอีกหลาย ชม. จนกรูเซ็ง และเข้านอนดีกว่าฝ่ะ ช่างแม่มแล้ว ขี้เกียจคุย พรุ่งนี้จะไม่ออนไลน์ทั้งวันเลยคอยดู

แล้วเช้านั้นต้องตื่นไปทำงาน ตี 5 ครึ่งตาคนนั้นส่งข้อความมา (ตอนกลางคืน monkey girl จะ online ทิ้งไว้ทั้งคืนบนมือถือ เพราะใช้ wireless ที่บ้าน ไม่เปลือง GPRS) ดูนาฬิกา ยังไม่ถึงเวลาตื่นเลยนะเฟร้ยไปบร้า เลยนอนต่อ ไม่คุยกะมาน มานก็พยายามส่งข้อความมาเรื่อยๆ จนเราต้องยอมคุย ประมาณนี้

.....
สาวลิง: โอเคๆ ตื่นแล้วๆ
ตานั่น: โทษที ทำให้ตื่นหรอ
สาวลิง: เออสิฟะ
ตานั่น: อากาศเป็นไง ร้อนมั้ย
ลืมตามองนอกหน้าต่างแป๊บนึง เห็นยังมืดๆ เลยตอบ
สาวลิง: ม่ายอะ
ตานั่น: เปิดหน้าต่างนอนอะป่าว
สาวลิง: อือ
ตานั่น: งี้พวกโรคจิตแถวนั้นก็เห็นหมดดิ
สาวลิง: ช่างมัน
ตานั่น: ลุกมาดูนอกหน้าต่างหน่อยดิ๊ ว่ามีโรคจิตอยู่แถวนั้นป่าว
สาวลิง: (ด้วยความขี้เกียจไม่อยากลุกจากเตียง เลยตอบว่า) ม่ายอะ ขี้เกียจ
ตานั่น: น่านะ
สาวลิง: (คิดในใจ ทำไมต้องอยากให้กรูลุกไปด้วยฟะ ตัวเองมานั่งอยู่นอกหน้าต่างรึไง ให้ตายก็ไม่มีทางเป็นไปได้ เม็กซิโกกะไทยแลนด์ไม่ใช่ใกล้ๆ นะเว้ย เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด แล้วก็ตัดความคิดนี้ทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง) ไม่เอา ขี้เกียจ
ตานั่น: น่า ช่วยทำอะไรให้อย่างได้มั้ย
สาวลิง: อะไรล่ะ
ตานั่น: มองไปนอกหน้าต่างที ไอส่งของไปให้
สาวลิง: (คิดในใจ เออ ก็ได้วะอะไรล่ะคราวนี้ ดอกไม้เหมือนตอนที่ส่งมาตอนที่ตัวเองอยู่แคลิฟอร์เนียหรือไง แล้วก็ลุกออกไปเปิดม่านดู ทันใดนั้นหน้าก็เหวอเหมือนรูปข้างบนเป๊ะ เนื่องจากเห็นฝรั่งตัวโตๆ หัวน้ำตาลๆ หน้าแดงๆ นั่งยิ้มกว้างให้อะฮั้นอยู่หน้าบ้าน)
สาวลิง: what???
สาวลืง: why???

(จากนั้นก็แทบจะวิ่งลงไปข้างล่างทั้งที่ยังใส่แต่ กกน. กะเสื้อกล้าม รีบล้างหน้าอย่างด่วน หาเสื้อกะกางเกงมาใส่แล้ววิ่งลงไป พอถึงข้างล่างก็มุ่งหน้าไปประตูบ้าน แม่ตกใจถามว่าจะไปไหน สงสัยนึกว่าลูกตัวเองละเมอแหง)

จากนั้นพอพ้นประตูบ้านต่างคนก็วิ่งเข้ากอดกันอย่างกะในหนัง

คุยกันพอหอมปากหอมคอก็ได้รู้ว่าที่จริงไม่ได้ไปเที่ยวปิรามิด แต่ว่าคืนวันศุกร์ที่นั่นแจ้งยกเลิกคอร์สอาทิตย์ถัดไป เลยได้พัก 2 อาทิตย์ ก็เลยรีบขึ้นเครื่องบินจาก mexico city ไป LA จากนั้นไปญี่ปุ่นและต่อเครื่องมาเมืองไทย เพิ่งถึงเมื่อคืน รวมแล้ว 30 ชม. จากนั้นก็นั่งรอเวลา นั่งแท็กซี่จากอพาร์ทเม้นต์ที่สีลมมาถึงบ้านอะฮั้นที่รังสิตตอนตี 5 ครึ่ง โอ้ แมน เนียนโคตรๆ ตรูหลงงอนอยู่ตั้งนาน

ตาคนนั้นเขาว่า ไอเดินทางมา 30 ชม. เป็นพันไมล์เพื่อมาหายูโดยเฉพาะเลยนะ เกือบจะหลุดปากบอกความจริงตั้งหลายครั้งแต่เดี๋ยวเสียแผน มาถึงก็นอนไม่หลับ นั่งรอเวลาทั้งคืน

ดีใจหลายๆ

ว่าแต่ว่าเนียนขนาดนี้ยังไว้ใจได้อยู่ป่าวฟะเนี่ย ......แป่ว

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ได้แต่ยิ้ม ดีใจแทน

#1 By 'ฟาย..ฟลาย on 2009-06-05 11:14