อะจึ๋ย มีคนอึในอุโบสถ: เที่ยวอยุธยา
posted on 25 Sep 2009 12:37 by monkey-girl in travelเมื่อตะกี้เพิ่งเขียน blog ที่ blogspot เสร็จ ดูรูปภาพแล้วนึกขึ้นได้ว่าจะแปะที่นู่นที่เดียวก็เสียดาย เลยเอามาแปะที่นี่ด้วยเสียเลย
สำหรับท่านที่อยากอ่าน trip นี้เวอร์ชั้นภาษอังกฤษก็ จิ้ม ได้ที่นี่ค่ะ
เริ่มต้นขับรถออกจากสีลมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กย. ออกประมาณ 7-8 โมงเช้า ปรากฏว่าอีกประมาณ 40 นาทีต่อมาเราทั้งคู่ก็อยู่อยุธยากันเรียบร้อยแระ ใกล้โคตรๆ
ทริปนี้เป็นครั้งที่สองของเราที่ไปอยุธยา ครั้งแรกเดินทางไปด้วยรถไฟซึ่งครั้งนั้นไปลพบุรีด้วย หาอ่านได้ที่นี่
ครั้งนี้ตัดสินใจเดินทางด้วยรถยนต์ เนื่องจากยังมีบางสถานที่ในอยุธยาที่เราพลาดไปเมื่อครั้งก่อน บวกกับเขาเพิ่งจะได้กล้องตัวใหม่มา ก็เลยอยากกลับไปถ่ายรูปด้วยกล้องตัวใหม่ว่างั้นเหอะ (รูปที่เอามาลงนี่ส่วนใหญ่เป็นฝีมือถ่ายและใช้กล้อง compact ธรรมด๊า ธรรมดา ของ monkey girl เองค่ะ มีเพียงบางภาพที่แอบยืมของเขามาใช้ ขออภัยหากฝีมือไม่เข้าขั้นง่ะ)
สถานที่แรก คือ วัดมหาธาตุค่ะ ที่มีหัวของพระพุทธรูปฝังอยู่ในรากไม้ บริเวณค่อนข้างกว้างเหมือนกัน เดินไปเดินมาลองปีนบันไดขึ้นไปบนซากอันหนึ่งที่เป็นเหมือนห้องอะไรสักอย่างเล็กๆ ซึ่งบรรไดก็สูงพอควร เนื่องจากหากมองจากพื้นเนี่ยจะมองไม่เห็นพื้นห้องเพราะว่ามันสูง จะเห็นแต่เพดานเท่านั้น
ที่นี้พอปีนขึ้นไปจนคิดว่าน่าจะมองอะไรเห็นแล้วก็เลยชะโงกหัวเข้าไป ปรากฏว่าสิ่งที่ monkey girl เห็น เป็นอะไรที่น่าสยดสยองมากกกกก
นั่นคือ....
กองของเหลวเหมือนน้ำกองหนึ่ง และกองอุจจาระกองหนึ่ง ซึ่งดูจากลักษณะแล้วต้องเป็นของมนุษย์แน่ๆ โอ้ววว แม่จ้าวว...ววว...วว...ว...
คงไม่ต้องเดาว่าไอ้ของเหลวเหมือนน้ำนั่นมันคืออะไร...
ที่วัดนี้มีหมาจรจัดอยู่เป็น 100 ตัว ใครไปก็ช่วยหยอดตู้ทำบุญให้พวกเขากันหน่อยนะคะ
ที่วัดนี้ยังมีช้างเสี่ยงทายด้วยล่ะ เคยเห็นทีนึงที่วัดไหนจำไม่ได้ แต่ไม่เคยลองสักที แบบว่า ป๊อด กลัวไม่สมหวังง่ะ วิธีการคือ อธิษฐานถึงเรื่องที่อยากรู้ว่าจะสมหวังหรือไม่ หากสมหวังขอให้ยกช้างขึ้น จากนั้นถ้าเป็นผู้ชายให้ใช้นิ้วก้อย ส่วนผู้หญิงใช้นิ้วนางสอดเข้าไปในห่วงด้านบนตัวช้างแล้วยกขึ้น ถ้ายกขึ้นก็แปลว่าสมหวัง แต่เพื่อความแน่ใจให้อธิษฐานอีกทีว่า หากตามที่ขอไปตะกี้เป็นจริง ขอให้คราวนี้ยกช้างไม่ขึ้น จากนั้นก็ลองอีกทีด้วยนิ้วเดิม ดูซิจะยกขึ้นหรือไม่ (อ่านมาจากอินเทอร์เน็ตอีกทีง่ะ)
ได้ผลเป็นไงบอกกันด้วยน๊า
วัดสุดท้ายคือวัดไชยวัฒนาราม อยู่ติดแม่น้ำ บรรยากาศดี แต่แดดแรงไปนิด เขาว่าเมื่อตอนสร้างใหม่ๆ มีพระพุทธรูปนั่งรอบกำแพงถึง 120 องค์ แต่ตอนนี้หักพังหมดละ
สำหรับใครที่ไม่มีพื้นเรื่องประวัติศาสตร์อยุธยา หรือเรียนมาแต่คืนอาจารย์ไปหมดแล้วเหมือนข้าน้อย ก็บอกให้นิดนึงว่า เมื่อปี 2310พม่ายกทัพเข้ามาตีกรุง และเผาทำลายและตัดเศียรพระ สภาพของวัดในปัจจุบันก็เลยทรุดโทรมเยอะกว่าที่ควรเป็น
ผ่านไปครึ่งวัน ท้องไส้ก็เริ่มเรียกร้องอาหาร ก็เลยแวะกินริมแม่น้ำ ลมเย็น บรรยากาศดีมากๆ จากนั้นก็ขับรถกลับกทม. ระหว่างทางผ่านตลาดไท ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของคนฝรั่ง ก็เลยแว่บเข้าไปดูซ้า
ที่จริงเขาถ่ายรูปไก่ตัวที่ขายในตลาดสดที่นั่นมาด้วย แต่ monkey girl ไม่ได้เอาภาพมา post ไว้ด้วย เขาเห็นเขาถามว่านั่นมันไก่อะไร ข้าน้อยก็ตอบว่า ก็ไก่แบบที่ you กินในผัดกะเพราอะแหละ เขาว่าไหงตัวโตยังกะไก่งวง.....